Memory

posted on 22 Oct 2011 21:51 by horizk

ในค่ำคืนที่ฟ้าไร้แสงแห่งดวงดาว

ดูเงียบสงบและไร้ซึ่งความหวัง

 

เด็กหญิงสองคนที่ผูกพันกันด้วยมิตรภาพที่ยาวนาน

กำลังวิ่งไปมาเพื่อหาทางออกจากสถานที่ที่หม่นหมองไปด้วยหมอกสีเทา

เบาบาง แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้เด็กหญิงทั้งสองได้มากมายเหลือเกิน

ทางเดินคดเคี้ยวประกอบด้วยประตูหลายบาน

ประตู ซึ่งจะนำทางไปสู่ดินแดนแห่งความฝันที่เหล่าผู้คนต้องการจะไป

เพื่อหลีกหนีแผ่นดินที่เงียบเหงาแห่งนี้

ประตูแล้วประตูเล่า

เด็กหญิงทั้งสองเฝ้าค้นหาประตูซึ่งจะนำพาทั้งสองออกไปพร้อมกัน

หากแต่เธอกลับค้นพบแค่เพียงประตู ที่อนุญาตให้ผ่านไปได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น

เวลาผ่านไป..

ร่างกายอ่อนแรง

เด็กหญิงคนหนึ่งขอหยุดพัก ณ ห้องแห่งหนึ่ง

และหลับไปท่ามกลางความหวาดกลัวและเหนื่อยอ่อน

 

เวลากำลังเดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เด็กหญิงคนเดิมสะดุ้งสุดตัวตื่นจากความฝันอันโหดร้าย

เพื่อพบความจริงที่ว่าตนได้อยู่ในพื้นที่แห่งเดิม 

แต่เพียงผู้เดียว!!

ความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี เมื่อไร้มิตรข้างกายก็ยิ่งหมดความคิดที่จะไปต่อ

จึงพยายามค้นหาและตะโกนชื่อเพื่อนเสียงดังกึกก้อง ร้องเท่าที่ร่างสั่นเทาร่างนี้จะทำได้

แต่เสียงที่ได้ยินกลับมามีเพียงเสียงสะท้อนของตนเท่านั้น

เด็กหญิงตกใจกลัวยิ่ง!  เมื่อมีมือของบุคคลอื่นปิดปากของตนไว้ด้วยความแน่นหนา

และพาเด็กหญิงไปยังอีกห้องหนึ่ง ที่ดูสกปรกและมืดมิดกว่าห้องเดิม

เสียงกระซิบแหบข้างหูเด็กหญิงบอกเพียงเบาๆว่า “อย่าเสียงดังไป เราไม่ใช่ผู้ที่จะทำร้ายเธอ”

ฝ่ามือนั้นค่อยๆเลื่อนออก เมื่อเด็กหญิงไม่มีท่าทีที่ขัดขืน

เด็กหญิงหันไปในทันทีที่บุคคลนั้นเลื่อนมือออก

เธอจึงพบกับชายตัวเล็กผอมบางจนแทบเห็นกระดูกคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้ามอมแมม

แต่หน้าตาเป็นมิตร อายุประมาณเธอเอง

ด้วยความที่ตอนนี้มีเธอและชายแปลกหน้าเพียงสองคนในที่แปลกประหลาดแห่งนี้

เธอจึงรีบซักถามทันทีถึงสถานที่แห่งนี้และหนทางที่เพื่อนเธอนั้นหายไป

ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า "ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่จะพาผู้คนไปยังดินแดนแห่งความหวัง

ที่ใดก็ได้ตามแต่ใจของผู้นั้นต้องการ

และต้องแลกมันกับของสำคัญของผู้คนเหล่านั้นแทน 

และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง

จะมีคนจากดินแดนอันห่างไกล

มาคอยตรวจตราผู้คนที่หลงเหลืออยู่ในที่แห่งนี้

เพื่อมอบความสิ้นหวังให้กับผู้ที่ไม่ยอมจากไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

และตอนนี้

คนพวกนั้นก็อยู่ในที่แห่งนี้

ดังนั้นเธอจึงไม่ควรส่งเสียงอันใด ตอนนี้เป็นอันขาด"

 

ทันใดนั้น

เสียงกึกกักก็ดังขึ้นใกล้ห้องที่สองคนอยู่

เด็กหญิงมือเย็นเฉียบและสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว

เด็กชายจึงจับมือเธอไว้เพื่อปลอบใจ

แต่เด็กหญิงก็ไม่ได้เย็นใจลงเลย

เพราะแม้ว่าชายผู้นั้นจะจับมือเธอไว้มั่นเพียงใดก็ตาม

แต่เธอก็ไม่ได้ไว้ใจเขาจนสนิทใจ

 

มืออีกข้างของเด็กหญิงปัดป่ายไปตามผนังห้อง

และก็ต้องตกใจ! เมื่อมือของตนสัมผัสกับบางสิ่งที่ทำให้เธอเหมือนถูกดูดลงไป

สายตาของเธอพร่ามัว

รู้สึกเหมือนตนเองไร้น้ำหนัก

จากนั้นสติของเด็กหญิงก็ดับวูบลง

 

ยาวนานเหลือเกินในความรู้สึก

เด็กหญิงลืมตาตื่นขึ้นจากสัมผัสของใครบางคน

แสงแดดที่อบอุ่นของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องไปยังดวงตา

ทำให้เธอรู้ว่าค่ำคืนอันโหดร้ายของเธอนั้นได้จบลงแล้ว

แต่ความจริงยังคงโหดร้ายเช่นเดิม

คื่นที่มืดมึดนั่นไม่ใช่ความฝัน

เพราะชายผอมแห้งคนนั้นคงอยู่ต่อหน้าเธอเช่นเดิม ด้วยสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก

เด็กหญิงลุกขึ้นนั่ง และฟังเสียงพูดพึมพำของชายคนนั้นด้วยความตั้งใจ

"มันแปลกมากที่เรายังจำกันได้

เพราะจากการที่เขาติดอยู่ที่มืดสลัวแห่งนั้นนานพอสมควร

เขาได้รับรู้ความลับหนึ่งที่ว่า

เมื่อบุคคลใดก็ตามที่ข้ามผ่านประตูกลนั้นมาแล้ว

ย่อมต้องเสียสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งไป

นั่นคือ ความทรงจำ

แต่เขาและเด็กหญิง กลับจำทุกอย่างได้ทั้งหมด"

เด็กหญิงยิ้มให้กับชายผู้นั้น

แล้วบอกว่า "ก็ดีแล้ว ที่เรายังจำได้

และเธอก็จำได้ดีเสียด้วยว่า สถานที่ที่เพื่อนสนิทของเธออยากไปนั้นอยู่ที่ใด"

เธอจึงชวนชายผู้นั้นไปยังที่ดังกล่าว

 

วันคืนผ่านไป..

การเดินทางเริ่มขึ้นไม่นาน ก็จบลง

เด็กหญิงพานพบสหายของเธอ เดินอยู่บนทางเท้าเพียงผู้เดียว

ท่าทางเธอคงสุขสบายดี เด็กหญิงคิด และยิ้มกว้างด้วยความยินดี

จากนั้น

เธอวิ่งเข้าไปหามิตรของตนและกล่าวคำทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

ความเหน็ดเหนื่อยจางหายไปจากใบหน้าเยาว์วัย

 

หากแต่เพื่อนของเธอกลับไม่ได้ยิ้มตอบ และแสดงความยินดีอะไรเลยกับการพบหน้าเพื่อนเก่าอย่างเธอ

เพื่อนของเธอเดินผ่านร่างกายเธอไปอย่างง่ายดาย

ราวกับว่า เธอไม่ได้มีตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้เสียแล้ว

รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า

ความกังวลใจเข้ามาแทนที่

เด็กหญิงวิ่งกลับไปหายชายผู้ร่วมเดินทาง

และถามคำถามมากมายที่ตนอยากรู้

ชายคนนั้นยิ้ม แค่เพียงริมฝีปาก

และพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา ว่า

"เธอเลือกที่จะเก็บความทรงจำที่มีค่าของเธอไว้

ดังนั้นเธอจึงต้องให้อย่างอื่นไปแทน

นั่นคือ..

ตัวตนของเธอ"

 

 

 

.................................................................................................

เค้าโครงจากความฝัน ^____________^

ปล. จำได้ว่าตอนกำลังฝันโครตกลัว T^T
แล้วก็ตื่นมาโทรเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนที่ฝันถึงฟัง
me : บลาๆๆๆ ...
เพื่อน : จริงๆ มึงน่าจะเอาความทรงจำให้มันไปเลยนะ
เดี๋ยวค่อยสร้างใหม่กะกูก็ได้ แล้วอีกอย่าง มึงช่วยกลับไปแก้ฝันด้วยนะ น่ากลัว แม่งเอ๊ย!!"
me  : เออ!! กูก็ไม่ได้ตั้งใจฝันนะเนี่ย แล้วกูจะกลับไปแก้ยังไงวะ (บ่นๆ แต่ก็แอบคิดว่าจะไปฝันอีกรอบ ฮ่าๆ)
 
 
 

edit @ 28 Feb 2012 22:26:23 by HoriZK

edit @ 28 Feb 2012 22:27:25 by HoriZK